แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรงไฟฟ้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรงไฟฟ้า แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

การตรวจสอบคุณภาพอากาศ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ มีนาคม 2558

การตรวจสอบคุณภาพอากาศ เป็นเรื่องสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้ทำการสรุปผลการตรวจคุณภาพอากาศ เดือนมีนาคม 2558 ตามตาราง ครับ
 คุณภาพอากาศแม่เมาะเดือนมีนาคม 2558 พบปริมาณฝุ่นขนาดเล็กยังเกินค่ามาตรฐาน 23 วัน
         รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง จำนวน 11 สถานี ซึ่งมีการตรวจวัดฝุ่นละอองรวม(TSP), ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2) และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซต์(NO2) โดยมีสถานีตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน(PM10) จำนวน 4 สถานี และฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน(PM2.5) ที่สถานีหลักบริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ทั้งนี้การตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองรวม(TSP) ในคาบ 24 ชั่วโมง, ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ในคาบ 24 ชั่วโมง,  ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในคาบ 24 ชั่วโมง, ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในคาบ 1 ชั่วโมง,  ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในคาบ 24 ชั่วโมง และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ในคาบ 1 ชั่วโมง ตามเกณฑ์มาตรฐานประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2544), ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2547), ฉบับที่ 33 (พ.ศ.2552) และฉบับที่ 36 (พ.ศ.2553) ผลการตรวจวัดพบว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ในคาบ 24 ชั่วโมง วัดค่าสูงสุดได้ที่ 235 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ตรวจพบที่สถานีหลัก มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน 17 วัน ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2547) ที่กำหนดให้มีค่าไม่เกิน 120 ไมโครกรัม/ลบ.ม.
       นอกจากนั้นแล้ว กฟผ.ได้ตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ความเข้มข้นเฉลี่ยในคาบเวลา 24 ชั่วโมง ตรวจวัดที่สถานีหลัก พบว่ามีค่าสูงสุดที่ 191 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ในขณะที่ค่ามาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 36 (พ.ศ.2553) กำหนดให้มีค่าไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลบ.ม. โดยพบว่าในเดือนมีนาคมนี้ มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน 23 วัน ทั้งนี้นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมได้จำแนกขนาดของฝุ่นละอองไว้ 3 กลุ่มหลักได้แก่ 1.กลุ่มที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 ไมครอน เช่น เศษฝุ่นจากการก่อสร้างหรือการระเบิดหิน ละอองเกสรดอกไม้ เถ้าลอย 2.สำหรับกลุ่มฝุ่นละอองที่อยู่ในช่วง 2.5 – 10 ไมครอน จัดอยู่ในกลุ่มฝุ่นหยาบ (Coarse Particle) และ 3.กลุ่มที่มีขนาดอนุภาคเล็กกว่า 2.5 ไมครอนหรือกลุ่มฝุ่นละเอียด (Fine Particle) ปัญหาอยู่ที่กลุ่มของฝุ่นที่เกิดจากไฟป่ามีสัดส่วนของกลุ่มฝุ่นละเอียดที่ค่อนข้างมาก และที่สำคัญคือ ฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วเหล่านี้สามารถเข้าสู่ปอดของเราได้อย่างง่ายดาย
         สำหรับดัชนีคุณภาพอากาศพื้นที่ปฏิบัติงาน, พื้นที่ชุมชน ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี-มีผลกระทบต่อสุขภาพ พบมีฝุ่นขนาดเล็กเกินมาตรฐาน คนที่เป็น  โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจควรงดออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง ส่วนพื้นที่บ้านพักผู้ปฏิบัติงาน ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ)

ลำดับ
ค่าที่ตรวจวัด
ค่ามาตรฐาน
(ไมโครกรัม/ ลบ.ม.)
ค่าที่วัดได้สูงสุด (ไมโครกรัม/ ลบ.ม.)
1
ฝุ่นละอองรวม (TSP) ในคาบ 24 ชั่วโมง
330
268
2
ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ในคาบ 24 ชั่วโมง
120
235
3
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในคาบ 1 ชั่วโมง
780
136
4
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในคาบ 24 ชั่วโมง
300
13
5
ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ในคาบ 1 ชั่วโมง
320
213




แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
ขอขอบคุณข้อมูลจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ข้อมูลเพิ่มเติม click โรงไฟฟ้าแม่เมาะ

หยุดโรงไฟฟ้าถ่านหินในแคนาดา

แคนาดา วางแผนหยุด..โรงไฟฟ้าถ่านหิน..
ข่าวสาร โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

25 พฤษภาคม 2558 12:34 น. (แก้ไขล่าสุด 25 พฤษภาคม 2558 12:44 น.)
       
       คอลัมน์ : โลกที่ซับซ้อน
       โดย…ประสาท  มีแต้ม
       
       ในขณะที่ประเทศไทยได้วางแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้นอีก 9 โรง ในอีก 21 ปีข้างหน้าตามแผนพีดีพี 2015 (ซึ่งเพิ่งผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ) แต่จังหวัดออนตาริโอ (Ontario) ซึ่งมีประชากรเกือบ 40% ของประเทศแคนาดา กลับได้ยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดอย่างถาวรตั้งแต่สิ้นปี 2557 เป็นต้นมา
      
       นับเป็นเขตการปกครองแรกในทวีปอเมริกาเหนือที่ปราศจากโรงไฟฟ้าถ่านหินไปแล้ว (และน่าจะเป็นเขตปกครองแรกในโลกด้วย) เขาคิดอะไร และเขาทำได้อย่างไร แล้วทำไมประเทศไทยเราจึงมักจะทำอะไรที่สวนทางกับประเทศที่เขาพัฒนาแล้วอยู่เสมอๆ
      
       “มันไม่ใช่กรรม ไม่ใช่เวรเลยหรอกเธอจ๋า” แต่มันเป็นเพราะส่วนหนึ่งภาคประชาชนของเรายังอ่อนแอ ไม่รู้เรื่องรู้ราว และไม่สนใจปัญหาของสาธารณะเท่าที่ควร จึงเปิดโอกาสให้คนหยิบมือเดียวเขียนแผนพัฒนาเพื่อหาผลกำไรเข้าพกเข้าห่อให้พวกพ้องของตนเองเสมอมา โดยอ้างวาทกรรมง่ายๆ ที่ว่า “ถ่านหินสะอาด” เท่านั้นเอง
      
       ผมได้รับข่าวชิ้นนี้จากอีเมลของ Dr.John Farrell จาก Institute for Local Self-Reliance (ILSR สถาบันเพื่อความมั่นใจในตนเองของท้องถิ่น ซึ่งก่อตั้งในปี 2517 ใครสนใจก็สมัครเป็นสมาชิกได้ เขามีบทความทุกสัปดาห์ จะได้ช่วยกันนำมาเผยแพร่ต่อคนไทยครับ)
      
       ผู้ว่าราชการจังหวัดออนตาริโอ (เขาใช้คำว่า Premier of Ontario) ซึ่งมาจากการเลือกตั้งได้เริ่มวางแผนที่จะยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดตั้งแต่ปี 2003 (ซึ่งขณะนั้นมีโรงไฟฟ้าถ่านหินประมาณ 25%) ภายในปี 2014 เหตุผลสำคัญก็เพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นแหล่งที่มาของมลพิษทางอากาศที่ใหญ่ที่สุด
      
       ในปี 2003 จังหวัดออนตาริโอ มีสภาพอากาศที่มีหมอกควันหนาแน่นถึง 53 วันในหนึ่งปี โดยค่อยๆ ปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 19 โรง โดยที่ 4 โรงแรกถูกปลดระวางไปในปี 2005 จนกระทั่งในปี 2013 จำนวนวันที่มีหมอกควันหนาแน่นลดลงเหลือเพียง 2 วันเท่านั้น
      
       “เราจะแทนที่โรงไฟฟ้าที่สกปรก ล้าสมัย และเป็นแหล่งมลพิษทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดด้วยพลังงานที่สะอาดกว่าคือ ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์” ข้อความดังกล่าวคือ ส่วนหนึ่งของคำหาเสียงของผู้นำการเลือกตั้งจากพรรคเสรีนิยม (Liberal) คือ คุณ DaltanMcGuinty ซึ่งได้ครองตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดติดต่อกันนาน 10 ปี จนถึงมกราคม 2013
        
อวสานโรงไฟฟ้าถ่านหิน : ในจังหวัดใหญ่ที่สุดของแคนาดา / ประสาท มีแต้ม
       
       ผู้ว่า DaltanMcGuinty ของจังหวัดที่มีประชากรเกือบ 14 ล้านคน ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนที่จะพ้นจากตำแหน่งไม่นานว่า “ทุกวันนี้ ชาวออนตาริโอทุกคนสามารถหายใจได้ง่ายกว่าเดิมเล็กน้อย” 
      
       “วันนี้เราเฉลิมฉลองให้แก่อนาคตที่สะอาดกว่าเพื่อรุ่นลูกรุ่นหลาน โดยใช้ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมที่จะได้จากแหล่งพลังงานที่สะอาดกว่าของเรา” รัฐมนตรีพลังงาน Bob Chujiarelli กล่าวต่อผู้สื่อข่าว
      
       และเพื่อป้องกันไม่ให้โรงไฟฟ้าถ่านหินกลับมาอีกในอนาคต ทางจังหวัดจึงได้ออกกฎหมายที่ชื่อว่า “Ending Coal for Cleaner Air in Ontario” (อวสานของถ่านหินเพื่อคุณภาพอากาศที่สะอาดกว่าในออนตาริโอ)
      
       ตามแผนการของจังหวัดออนตาริโอได้มีเป้าหมายว่าในปี 2018 จะมีการใช้พลังงานหมุนเวียนคิดเป็นร้อยละ 18% ของไฟฟ้าทั้งหมด (โดยที่โรงไฟฟ้าถ่านหินได้ปิดตัวหมดแล้วตั้งแต่ปี 2014) ในขณะที่ในปี 2014 ประเทศเยอรมนี ได้ใช้พลังงานหมุนเวียนจนทะลุ 27.3% ไปแล้ว ในจำนวนนี้มาจากพลังงานลมมากที่สุดกว่า 52,400 ล้านหน่วย (หรือเกือบ 1 ใน 3 ของที่คนไทยใช้ทั้งประเทศ)
      
       อย่างไรก็ตาม ทางองค์การการค้าโลก (WTO) ได้ออกมาโวยวายว่า แผนการของจังหวัดออนตาริโอดังกล่าวไม่เป็นธรรมต่อบริษัทต่างชาติ โดยอ้างว่าทางจังหวัดได้จ่ายเงินชดเชยให้แก่พลังงานสีเขียว นี่แหละครับองค์กร “โลกบาล” เขาคิด และทำอย่างนี้กัน
      
       แนวคิดที่เป็นจุดเด่นมากของโครงการยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินไปสู่พลังงานหมุนเวียน คือ การซื้อพลังงานหมุนเวียนจากท้องถิ่น ซึ่งนอกจากจะสามารถแก้ปัญหามลพิษทางอากาศของจังหวัดแล้ว ยังมีการจ้างงานใหม่เกิดขึ้นกว่า 31,000 อัตรา ดังภาพที่ผมนำมาแนบไว้ด้วย
        
อวสานโรงไฟฟ้าถ่านหิน : ในจังหวัดใหญ่ที่สุดของแคนาดา / ประสาท มีแต้ม
       
       ผมขอหยุดเรื่องการยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินในจังหวัดออนตาริโอ ประเทศแคนาดา เอาไว้เพียงเท่านี้นะครับ แค่นี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยเราได้มากมายแล้ว เรามาดูแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือแผนพีดีพี 2015 ของประเทศไทยเรากันสักหน่อยนะครับ
        
อวสานโรงไฟฟ้าถ่านหิน : ในจังหวัดใหญ่ที่สุดของแคนาดา / ประสาท มีแต้ม
       
       ความแตกต่างที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ ในขณะที่ชาวจังหวัดออนตาริโอ ได้วางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมด 19 โรง ภายในเวลา 11-12 ปี แต่ประเทศไทยเรากำลังวางแผนที่จะสร้างเพิ่มขึ้นอีกถึง 9 โรง โดยแต่ละโรงจะมีอายุการใช้งานไปนานถึง 30 ปีเป็นอย่างน้อย ดังนั้น นับจากนี้ไปประมาณ 50-60 ปี ประเทศไทยเราจะยังไม่ปลอดจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน
      
       ทั้งๆ ที่ต้นทุนของพลังงานหมุนเวียนได้ลดต่ำลงมากแล้ว และเป็นพลังงานที่ไม่เป็นพิษต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าในระดับพื้นที่รอบๆ โรงไฟฟ้า และระดับโลก
      
       ผมได้ตั้งข้อสังเกตไว้ 2 ข้อ (ในแผ่นภาพ) คือ
      
       (1) ทั้งๆ ที่แผนดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี แต่โรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่ใช้ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติได้มีข้อผูกพันไว้เรียบร้อยแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไร แต่ผมเข้าใจเอาเองว่า เป็นการทำสัญญาเอาไว้แล้ว แต่ต้องเลื่อนการก่อสร้างออกไป เพราะขณะนี้เรามีปริมาณสำรองสูงกว่าที่ควรจะเป็นเยอะมาก ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าแผนพีดีพีที่ผ่านๆ มามีการคาดการณ์ที่สูงเกินความจริงมาตลอด (หมายเหตุ เท่าที่ผมทราบ ไม่ว่าสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และแคนาดา มีการใช้ไฟฟ้าลดลง เพราะประชาชนรู้จักการประหยัด)
      
       ผมได้ลงพื้นที่ไปกับคณะอนุกรรมาธิการพลังงานทดแทนฯ ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ พบว่าในภาคอีสาน ผู้ผลิตไฟฟ้าจากไบโอก๊าซไม่สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อขายได้ เพราะสายส่งเต็ม
      
       (2) พลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานที่ประชาชนธรรมดาๆ ที่มีบ้านสามารถผลิตเพื่อใช้เอง ถ้ามีส่วนที่เหลือใช้ก็ขายสู่สายส่ง ก็ไม่สามารถทำได้
      
       นอกจากนี้ ก็ยังถูกเลื่อนไปอีก 10 ปีกว่าจะเปิดโอกาสให้ และเมื่อเปิดโอกาสแล้วก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้เฉพาะนายทุนใหญ่ที่เป็นโซลาร์ฟาร์ม
      
       ผมเคยเล่าครั้งหนึ่งแล้วว่า คุณกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้กล่าวที่มหาวิทยาลัยรังสิต (7 พ.ค.58) ว่า บริษัทธุรกิจเหมืองถ่านหินของไทยซึ่งไปมีสัมปทานเหมืองในต่างประเทศ กำลังไปลงทุนทำโซลาร์เซลล์ในญี่ปุ่น ทั้งๆ ที่ประเทศญี่ปุ่นมีความเข้มของแสงแดดน้อยกว่าบ้านเรา แต่ไม่ทำในเมืองไทยด้วยเหตุผลที่ท่านกษิต พูดว่า “เป็นที่รู้กันดีถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือ…” (ขอโทษผมจับความไม่ทันจริงๆ จึงไม่กล้าเขียน ทั้งๆ ที่รู้ความหมาย)
      
       มาวันนี้ เราได้ทราบแล้วนะครับว่า ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะแผนพีดีพี 2015 นี่เอง และถ้าโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดได้ในเมืองไทย ก็บริษัทนี้นั่นแหละที่จะนำเข้าถ่านหินจากต่างประเทศมาใช้เมืองไทย
      
       ผมขอสรุปบทความนี้ด้วยการเสนอภาพ “สามเหลี่ยมอันตราย (Toxic Triangle)” ซึ่งสะท้อนสถานการณ์พลังงานในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 และแผนพีดีพี 2015
      
       สามเหลี่ยมอันตรายประกอบด้วย 3 ด้าน ด้านแรก เพราะผู้วางแผนเห็นแก่ผลประโยชน์ระยะสั้น ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่คำนึงถึงผลกระทบด้านอื่นๆ ไม่ว่าการท่องเที่ยว การประมง และสภาวะโลกร้อน ด้านที่สอง เพราะผู้สนับสนุนพลังงานฟอสซิลเพียงเพราะหวังผลกำไรของตนเองเท่านั้น ทั้งๆ ที่เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนได้ก้าวหน้า และมีต้นทุนที่ถูกลงมาก ด้านที่สาม เป็นความเฉื่อยชาทางการเมืองของผู้บริหารประเทศ ที่เลือกรับฟังแต่เพียงบางกลุ่มที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ปฏิเสธเสียงของประชาชนซึ่งมีเหตุผล และมีตัวอย่างดีๆ ที่เป็นจริง เช่น กรณีจังหวัดออนตาริโอ เป็นต้น
ข่าสารจาก ASTV...ต้นฉบับ <<Click>>